การเงินหมอ บทที่ 1 จาก 3

ภาษีหมอ 101 เงินได้ 3 ประเภท

อ่าน 6 นาทีข้อมูล ณ 4 ต.ค. 2569

กรมสรรพากรเคยตอบข้อหารือของแพทย์ที่ได้ทั้งเงินเดือนและเงินจากการตรวจผู้ป่วยที่คลินิกพิเศษนอกเวลาราชการของโรงพยาบาล ว่าเงินจากคลินิกเป็นเงินได้ประเภทไหน คำตอบไม่ได้ดูที่ว่าเราเป็นหมอ แต่ดูที่ว่าเรารับเงินมาแบบไหน

เงินได้ของหมอมี 3 ประเภทหลัก

แนววินิจฉัยของข้อหารือ กค 0702/1703 แบ่งไว้ดังนี้

  1. เงินที่ได้เพราะการจ้างแรงงาน เป็นเงินได้มาตรา 40(1) แม้งานนั้นใช้วิชาการประกอบโรคศิลปะก็ตาม
  2. เงินที่ได้เพราะหน้าที่หรือตำแหน่งงาน หรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่างานนั้นเป็นงานประจำหรือชั่วคราว เป็นเงินได้มาตรา 40(2) ตัวอย่างในข้อหารือ กค 0811/4394 ได้แก่แพทย์จากภายนอกที่มารักษาเป็นครั้งคราว ไม่ได้ทำสัญญากับโรงพยาบาล และได้ค่าตอบแทนตามงานที่ทำ
  3. เงินจากการประกอบโรคศิลปะในนามของแพทย์เอง เป็นเงินได้มาตรา 40(6) เช่น เปิดคลินิกรักษาคนไข้เป็นการส่วนตัว หรือทำสัญญาหรือตกลงกับสถานพยาบาลเพื่อขอใช้สถานที่ เครื่องมือ และอุปกรณ์ตรวจรักษาในนามของแพทย์ ข้อหารือแยกไว้ 2 กรณี กรณีแรกแพทย์เรียกเก็บค่าตรวจรักษาเองและมีข้อตกลงแบ่งค่าตรวจรักษาให้สถานพยาบาลเป็นลายลักษณ์อักษร กรณีที่สองสถานพยาบาลเรียกเก็บแทนแพทย์แล้วนำมาจ่ายให้แพทย์ตามข้อตกลงแบ่งรายได้

เงินได้จากการทำกิจการสถานพยาบาลที่มีเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนเป็นเงินได้มาตรา 40(8) ส่วนค่าตอบแทนของแพทย์ที่ทำงานในสถานพยาบาลแบบนั้น ยังแยกประเภทตามลักษณะงานและข้อตกลงเหมือน 3 ข้อข้างบน

หักค่าใช้จ่ายได้ไม่เท่ากัน

ประเภทเงินได้ หักค่าใช้จ่ายได้
40(1) และ 40(2) 50% แต่สองประเภทรวมกันไม่เกิน 100,000 บาท
40(6) การประกอบโรคศิลปะ เหมา 60% หรือหักตามจริง
40(8) การทำกิจการสถานพยาบาลที่มีเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืน เหมา 60% หรือหักตามจริง

ตัวอย่างตัวเลข

หมอคนหนึ่งเป็นโสด มีเงินเดือน 1,000,000 บาทต่อปี และมีรายได้นอกเวลาอีก 600,000 บาทต่อปี ใช้ค่าลดหย่อนผู้มีเงินได้ 60,000 บาทอย่างเดียว

รายได้นอกเวลาเป็นเงินได้ เงินได้สุทธิ ภาษีทั้งปี
40(2) หักค่าใช้จ่ายรวมกับเงินเดือนได้แค่ 100,000 บาท 1,440,000 225,000
40(6) หักเหมา 60% ได้ 360,000 บาท 1,080,000 135,000

รายได้เท่ากัน แต่ภาษีต่างกัน 90,000 บาท ถ้ารายได้นอกเวลาเป็น 300,000 บาท ภาษีต่างกัน 43,000 บาท และถ้าเป็น 1,200,000 บาท ภาษีต่างกัน 182,000 บาท

ตัวเลขชุดนี้ใช้อัตราภาษีและอัตราหักค่าใช้จ่ายตามคู่มือ ภ.ง.ด.90 ปีภาษี 2568 และยังไม่รวมค่าลดหย่อนอื่น

4 จุดที่พลาดบ่อย

  1. ประเภทเงินได้ดูจากสัญญาและลักษณะงาน ไม่ใช่จากอัตราหักภาษี ณ ที่จ่าย ในข้อหารือ กค 0811/4394 โรงพยาบาลหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ทั้งสองกรณี แต่กรมสรรพากรแยกประเภทตามสัญญา ให้ดูหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายว่าระบุประเภทไหน แล้วเทียบกับสัญญาที่เซ็นจริง
  2. ถ้าเป็น 40(6) เงินได้นับจากค่าตรวจรักษาที่เรียกเก็บจากผู้ป่วยทั้งจำนวน ไม่ใช่เฉพาะส่วนแบ่งที่เหลือหลังสถานพยาบาลหักส่วนของตัวเองไปแล้ว ตามข้อหารือ กค 0702/1703
  3. เลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริงต้องมีหลักฐาน ถ้าพิสูจน์ได้น้อยกว่าอัตราเหมา หักได้เท่าที่พิสูจน์ได้ ตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 11 มาตรา 6 ที่แก้ไขโดยฉบับที่ 803 ใช้กับเงินได้ตั้งแต่ปีภาษี 2568
  4. มีเงินได้ 40(6) ต้องดูเรื่องภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.94 ผู้มีเงินได้มาตรา 40(5) ถึง 40(8) ในเดือนมกราคมถึงมิถุนายน ต้องยื่นเมื่อเงินได้ช่วงนั้นเกิน 60,000 บาทสำหรับคนโสด หรือเกิน 120,000 บาทเมื่อมีคู่สมรสและนับรวมกัน ยื่นช่วงกรกฎาคมถึงกันยายนของทุกปี

ทำอะไรต่อ

แหล่งอ้างอิง